ขัดกับที่เคยทราบกันมาก่อนหน้านี้ เมื่อถูกงูกัด เรามักจะต้องหาเชือกมารัด แต่ รศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร หน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านพิษงูและงูพิษกัด คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กลับแนะนำว่า

 

การ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ถูกงูกัดไม่ควรนำเชือกมารัดหรือขันชะเนาะ เพราะจะทำให้ เสียเวลาในการนำผู้ที่ถูกงูกัดส่งโรงพยาบาล และเป็นการยากที่จะบอกว่าต้องขันแน่นเท่าใดจึงจะเหมาะสม

 

ถ้า รัดแน่นเกินอาจทำให้อวัยวะส่วนนั้นขาดเลือดจนต้องถูกตัดทิ้ง ทั้งที่งูอาจกัดแต่ไม่ปล่อยพิษก็ได้ จึงควรรีบนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด หรือหากเป็นมากก็อาจหาวัสดุมาดามและพันไว้เพื่อให้อวัยวะส่วนที่ถูกกัดอยู่ นิ่งๆ ก่อนนำส่งโรงพยาบาล

 

ส่วนวิธีการรักษานั้น รศ.นพ.อิศรางค์ บอกว่า หากจดจำลักษณะของงูหรือจับงูมาได้ ก็จะช่วยให้แพทย์ วินิจฉัยได้ง่ายขึ้น การให้เซรุ่มแก้ พิษงูจะต้องตรวจก่อนว่าได้รับพิษมากพอหรือไม่ หากไม่ได้รับพิษหรือได้รับพิษน้อยจะใช้วิธีเฝ้าดูอาการและระวังไม่ให้แผลติด เชื้อเท่านั้น เพราะเซรุ่มอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ทำให้เป็นหอบหืด

 

อาจารย์จากหน่วยปฏิบัติการวิจัยด้านพิษงูและงูพิษกัด ยังได้วิจัยเรื่อง บทบาทของการใช้ ยาเพรดนิโซโลนเพื่อลดอาการบวมในเด็กที่ถูกงูเขียว หางไหม้กัด ใน กลุ่มตัวอย่างเด็กอายุ 3-15 ปี จำนวน 50 ราย พบว่าอาการบวมของเด็กที่ได้รับยาจริงและที่ได้รับยาหลอกลดลงพอๆกัน หมายความว่า ยาเพรดนิโซโลนซึ่งเป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ ไม่สามารถช่วยให้อาการบวมหายเร็วขึ้นได้ ส่วนการรักษาแผลตามปกติสามารถทำให้อาการบวมลดลงอย่างชัดเจนภายใน 72 ชั่วโมง โดย ไม่จำเป็นต้องให้ยาที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเพิ่มเติม

 

จุด สังเกตสำหรับผู้ที่ถูกงูเขียวหางไหม้กัดจะมีอาการปวดบริเวณที่ถูกกัดอย่าง รุนแรงเป็นเวลาหลายชั่วโมง แผลจะมีรอยเขี้ยวเป็นจุด 2 จุด และจะบวมมากขึ้นเรื่อยๆ

 

สิ่งสำคัญคือเมื่อรู้ว่าถูกงูกัดอย่ารีบรัดเชือก แต่ให้รีบพามาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตกลงต้องไม่มัดเชือกหรอเนี่ย

เคยได้ยินว่าต้องรัดให้แน่นตลอดเลยอ่ะคับ

#1 By นาย ปอกระดาษ on 2009-03-07 09:18